คำถามที่พบบ่อย

คำถามเกี่ยวกับการเรียนแพทย์ฟิลิปปินส์

เรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ ดียังไง?

มหาวิทยาลัยแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ เป็นทางเลือกที่เปิดกว้างกว่ามหาวิทยาลัยแพทย์ในประเทศไทย มีแพทย์ไทยที่จบมาจากฟิลิปปินส์มากมายย้อนหลังไปหลายสิบปี และปัจจุบันก็มีนักเรียนแพทย์ไทยจำนวนมากกำลังศึกษาอยู่ สาเหตุที่นักเรียนไทยนิยมไปเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์มีหลายประการ คุณสามารถดูรายละเอียดการเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ทั้งหมดได้ที่นี่ครับ

เรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ จบแล้วเป็นแพทย์ที่ไทยได้หรือไม่?

เราแนะนำและพานักเรียนไปเฉพาะมหาวิทยาลัยแพทย์ที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภาไทยเท่านั้นครับ นักเรียนจึงมั่นใจได้ว่า ถ้าเรียนจบ จะมีสิทธิ์สอบใบประกอบวิชาชีพอย่างแน่นอน ทั้งนี้การจะเป็นแพทย์ในไทยได้ นักเรียนจะต้องสอบใบประกอบวิชาชีพให้ผ่านทุกขั้นตอนด้วยตัวเองครับ

เรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ จบแล้วเป็นแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ได้หรือไม่?

แพทยสภาของประเทศฟิลิปปินส์ไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติสอบใบประกอบในประเทศฟิลิปปินส์ได้ และเราเองก็ไม่สนับสนุนให้เป็นแพทย์ในประเทศฟิลิปปินส์ เนื่องจากแต่ละปี ฟิลิปปินส์มีนักศึกษาแพทย์เรียนจบเป็นจำนวนมากเกินความต้องการอยู่แล้ว สรุปคือ “ไม่ได้ และไม่ควร” ครับ

ใครสามารถไปเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ได้บ้าง?

1. นักเรียนที่จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายใดก็ได้

2. นักศึกษาที่เรียนจบปริญญาตรีสาขาใดก็ได้

พูดง่ายๆคือ ใครๆก็ไปเรียนได้ครับ

ไปเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ตอนนี้อายุเยอะเกินไปไหม? (สำหรับผู้ใหญ่)

อย่างที่บอกนะครับ ว่าระบบของเขา การจะเรียนแพทย์ได้ต้องจบปริญญาตรีก่อน ดังนั้น นักเรียนแพทย์ในชั้นเรียนจะมีอายุราวๆ 23 ขึ้นไป อาจจะมีเด็กกว่านั้นบ้าง คือ เป็นนักเรียนที่ไปเรียนทันทีเมื่อจบ ม.6 แต่เป็นส่วนน้อย

อายุเฉลี่ยของนักเรียนแพทย์ไทยในฟิลิปปินส์จะอยู่ราวๆ 30 ปีครับ คือ เป็นกลุ่มคนที่เรียนทางสายวิทย์สุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นพยาบาล เภสัชกร นักกายภาพ นักเทคนิคการแพทย์ ฯลฯ คนกลุ่มนี้หลังเรียนจบจะทำงานในสายงานของตนก่อนพักนึง แล้วสุดท้ายก็ตัดสินใจไปเรียนแพทย์ เพราะคำนึงถึงความก้าวหน้า

ผมเคยเห็นนักเรียนแพทย์ที่อายุมากที่สุด เกือบ 50 ปีครับ ซึ่งก็เรียนจบและสอบใบประกอบเป็นแพทย์ไปเรียบร้อยแล้ว เขาอาจจะไม่ได้ทำงานในโรงพยาบาล เพราะช่วงอายุการทำงานจะเหลืออีกไม่นานแล้ว แต่อาจไปเปิดคลินิกส่วนตัวรักษาคนไข้ในบริเวณหนึ่งก็ได้ครับ

สิ่งที่อยากจะบอกคือ ถ้าอยากเรียนแพทย์จริงๆ อายุไม่ใช่ปัญหาเลยครับ ที่สำคัญ ในต่างประเทศ รวมถึงฟิลิปปินส์ จะไม่ค่อยมีวัฒนธรรมประเภทรุ่นพี่รุ่นน้องเหมือนที่ไทย วัฒนธรรมนี้เป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ก็นำมาซึ่งความรู้สึกแบ่งระดับ ทำให้นักเรียนรู้สึกว่า ถ้าอายุมากแล้วเรียนร่วมกับเพื่อนที่อายุน้อยกว่า หมายถึงเราช้า เราด้อยกว่าคนอื่น หากคุณได้ไปเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์จะพบว่า คุณมีเพื่อนร่วมชั้นที่อายุแตกต่างกันเต็มไปหมด เพราะไม่ใช่แค่นักเรียนไทย แต่ยังมีนักเรียนชาติอื่นๆด้วยครับ

จบ ม.6 ใช้เวลาเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์กี่ปี?

6 ปีครับ แบ่งเป็น นักศึกษาเตรียมแพทย์ (Pre-Medicine) 2 ปี และนักศึกษาแพทย์ (Doctor Of Medicine) 4 ปี

จบปริญญาตรี ใช้เวลาเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์กี่ปี?

ใช้เวลาเรียน 4 ปี โดยได้เข้าเป็นนักศึกษาแพทย์ทันที

เรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ต้องสอบเข้าไหม?

1. สำหรับนักเรียนที่จบ ม.6 ไม่ต้องสอบใดๆ สามารถสมัครเรียน และเข้าเป็นนักศึกษาเตรียมแพทย์ (Pre-Med) ได้เลยครับ

อย่างไรก็ดี เมื่อเรียนจบปีที่ 2 และกำลังจะเป็นนักศึกษาแพทย์เต็มตัว (Doctor Of Medicine) จะต้องสอบ NMAT แล้วนำคะแนนไปยื่นเพื่อใช้ในการสมัครเรียน

2. สำหรับนักเรียนที่จบ ป.ตรี สามารถเข้าเป็นนักศึกษาแพทย์ได้เลย จะต้องสอบ NMAT แล้วนำคะแนนไปยื่นเพื่อใช้ในการสมัครเรียน

ทั้งนี้ ปัจจุบันแพทยสภาของฟิลิปปินส์ปรับเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับการสมัครเรียนแพทย์ให้อยู่ที่ Percentile 40 ขึ้นไป นั่นหมายถึงนักเรียนต้องสอบให้ได้คะแนนดีกว่าผู้สอบคนอื่นๆในกลุ่ม 40% ท้าย จึงจะสมัครเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ได้ครับ

ต้องได้เกรดเฉลี่ยสะสมเท่าไหร่ ถึงจะเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ได้?

เท่าไหร่ก็ได้ ไม่มีการจำกัดครับ 

ถ้าเรียนมหาวิทยาลัยที่ไทยมาแล้ว จะซิ่วไปเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ สามารถโอนหน่วยกิตได้หรือไม่?

คณะแพทย์ไม่สามารถโอนหน่วยกิตได้ครับ เนื่องจากระบบของฟิลิปปินส์เป็นเหมือนกับระบบของสหรัฐอเมริกา คือ ต้องจบปริญญาตรีเท่านั้น ถึงจะเรียนแพทย์ได้

เรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ ค่าเทอมเท่าไหร่?

1. ค่าเทอม (หนึ่งปีมี 2 เทอม)

ค่าเทอมคณะแพทย์ของโรงเรียนแพทย์ในฟิลิปปินส์ แตกต่างกันในแต่ละแห่ง มหาวิทยาลัยในเมืองใหญ่อย่าง Manila หรือ Cebu จะมีราคาสูงกว่ามหาวิทยาลัยในจังหวัดอื่นๆ

→ มหาวิทยาลัยใน Manila ประมาณ 100,000 บาท / เทอม

→ มหาวิทยาลัยใน Cebu ประมาณ 85,000 บาท / เทอม

→ มหาวิทยาลัยในจังหวัดอื่นๆ ประมาณ 65,000 บาท / เทอม

2. ค่าธรรมเนียมนักเรียนต่างชาติ

มหาวิทยาลัยแพทย์ทุกแห่งในฟิลิปปินส์ จะมีการเก็บค่าธรรมเนียมนักเรียนต่างชาติ (Foreigner fee หรือ Donation) ซึ่งจะเป็นการชำระเงินก้อนครั้งเดียวตลอดหลักสูตร และจะแตกต่างกันไปในแต่ละแห่งเช่นเดียวกัน (มหาวิทยาลัยบางแห่งอนุญาตให้แบ่งจ่ายปีละครั้ง รวม 4 งวด)

→ มหาวิทยาลัยใน Manila และ Cebu ประมาณ 215,000 บาท

→ มหาวิทยาลัยในจังหวัดอื่นๆ ประมาณ 140,000 บาท

เรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ มีค่าใช้จ่ายอะไรอีกบ้าง?

นอกเหนือจากค่าเทอม และค่าธรรมเนียมนักเรียนต่างชาติ ค่าใช้จ่ายหลักๆที่เกี่ยวข้องกับการเรียนและการเป็นนักศึกษาแพทย์จะมีดังนี้

1. ชุดนักเรียนแพทย์

นักเรียนสามารถเลือกที่จะตัดชุดนักเรียนไปจากประเทศไทย โดยขอแบบชุดจากมหาวิทยาลัย (แต่ละแห่งจะแตกต่างกันนิดหน่อย) หรือจะเลือกไปตัดชุดที่ฟิลิปปินส์ก็ได้ โดยส่วนมากร้านตัดชุดนักเรียนจะอยู่บริเวณมหาวิทยาลัยแห่งนั้นเลยครับ

ราคาชุดนักเรียนแพทย์ทั้งชุด (เสื้อ-กางเกง) จะตกประมาณ 1,000 – 1,200 บาท / ชุด ขึ้นอยู่กับผ้าที่เลือกใช้ โดยส่วนมากเราจะแนะนำให้ตัดชุดนักเรียนจากที่ประเทศไทย เพื่อให้ได้ชุดที่คุณภาพดี ใส่สบายกว่าครับ

ส่วนนักเรียนควรจะมีชุดนักเรียนแพทย์กี่ชุด ขึ้นอยู่กับความขยันทำความสะอาดครับ นักเรียนแพทย์มักจะมีเรียน 5 – 6 วัน / สัปดาห์ นักเรียนและผู้ปกครองลองประเมินกันดูว่าจะซักชุดบ่อยแค่ไหนนะครับ

2. ค่าหนังสือ

โดยส่วนมาก ในชั้นเรียนจะมีการแจกชีทสำหรับแต่ละบทเรียน หรือในบางครั้งก็จะให้นักเรียนไปถ่ายสำเนาเอง บ่อยครั้งที่นักเรียนจะมีเอกสารเก่าๆที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นพี่ให้ถ่ายสำเนา หรือมีการซื้อเอกสารสรุปซึ่งจัดทำโดยศิษย์เก่าจากร้านถ่ายเอกสาร ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะไม่สูงนัก ในหนึ่งเทอมน่าจะไม่เกิน 2,000 บาทครับ

แต่ในทุกๆคลาสเรียน อาจารย์มักจะแนะนำหนังสือเรียน (Text Book) ที่ใช้อ้างอิง ซึ่งหนังสือเหล่านี้ราคาค่อนข้างสูง มีตั้งแต่เล่มละ 1,000 ไปจนถึง 5,000 บาท การเลือกใช้หนังสือเรียนจึงมีผลต่อค่าใช้จ่ายในการเรียนได้ครับ

3. ค่าอุปกรณ์ห้องแลป และการทดลอง

คณะแพทย์ มักมีการเข้าห้องแลปเป็นประจำ ส่วนมากจะใช้อุปกรณ์ที่มหาวิทยาลัยมีให้ แต่บางครั้งนักเรียนก็จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์เป็นของตัวเอง ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์ห้องแลปต่อเทอมจะตกอยู่ประมาณ 2,000 – 5,000 บาทครับ

4. ค่าวีซ่านักเรียน

เนื่องจากเราเป็นนักเรียนต่างชาติ จึงต้องทำวีซ่านักเรียน และต่ออายุจนกว่าจะเรียนจบ ปัจจุบันต้องดำเนินการต่อทุกปี ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 9,000 บาท / ปีครับ

5. ค่าใช้จ่ายประจำวัน

ค่าครองชีพในประเทศฟิลิปปินส์จะใกล้เคียงกับประเทศไทยครับ ที่จริงต้องบอกว่าถูกว่านิดหน่อย แต่ด้วยความที่คุณภาพของสิ่งต่างๆมักจะต่ำกว่าไทย คนไทยเลยมักจะยอมจ่ายแพงขึ้นหน่อยเพื่อให้ได้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะครับ ในประเทศไทยเราอาจใช้เงินไปกับค่าอินเตอร์เน็ตรายเดือนเพียง 300 – 500 บาทต่อเดือนก็เพียงพอแล้ว แต่ที่ฟิลิปปินส์ถ้าอยากได้อินเตอร์เน็ตที่เร็วหน่อย เสถียรหน่อย อาจจะต้องยอมจ่ายซัก 700 – 1,000 บาทต่อเดือน เป็นต้น

ที่ฟิลิปปินส์ก็มีอาหารร้านข้างทางทั่วไปเหมือนประเทศไทยครับ ซึ่งราคาก็จะถูกกว่าซื้อข้าวกินในไทยนิดหน่อย แต่สำหรับคนไทย ร้านเหล่านั้นก็ไม่ได้ถูกปากเหมือนร้านอาหารตามสั่งในบ้านเรา ดังนั้น คนไทยก็มักจะทำกินเอง หรือไปกินในห้างบ่อยกว่าเวลาที่อยู่ไทย

สรุปแล้ว ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สามารถอ้างอิงจากรายจ่ายปกติเวลาอยู่ไทยได้เลยครับ หรืออาจจะบวกเพิ่มไปซัก 10 – 20% ให้พอดีกับการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น จะได้ไม่คิดถึงบ้านมากเกินไปจนไม่เป็นอันเรียนนะครับ

เรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ มีทุนการศึกษาให้ไหม?

ปัจจุบันนี้ยังไม่มีครับ เพราะโรงเรียนแพทย์ที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภาที่มีอยู่ เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนทั้งหมดครับ

เรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ เปิดเทอมตอนไหน?

แทบทุกมหาวิทยาลัยแพทย์ มักจะเปิดเทอมช่วงปลายเดือนสิงหาคม หรือต้นเดือนกันยายน ทั้งนี้ แต่ละมหาวิทยาลัยมีการบริหารจัดการที่แยกส่วนจากกัน บางแห่งอาจจะเปิดไม่ตรงกับที่อื่น ควรสอบถามกับมหาวิทยาลัยที่สนใจจะเข้าเรียนให้ละเอียดครับ

อยากเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

1. เตรียมสอบ NMAT (สำหรับนักเรียนที่จบ ป.ตรี สาขาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์แล้ว)

ปัจจุบันแพทยสภาของฟิลิปปินส์ปรับเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับการสมัครเรียนแพทย์ให้อยู่ที่ Percentile 40 ขึ้นไป นั่นหมายถึงนักเรียนต้องสอบให้ได้คะแนนดีกว่าผู้สอบคนอื่นๆในกลุ่ม 40% ท้าย จึงจะสมัครเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ได้ ดังนั้นก่อนอื่นต้องสอบ NMAT ให้ผ่านก่อนครับ ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบ NMAT อื่นๆได้ที่นี่ครับ

[UPDATE ณ ตอนนี้มีมหาวิทยาลัยแพทย์ที่เปิดรับนักเรียนที่ยังไม่มีผลคะแนน NMAT ให้สมัครเรียนได้ ถ้าสนใจติดต่อมาสอบถามได้เลยครับ]

 2. ฝึกภาษาอังกฤษ

การเรียน การสอน การสอบ และการใช้ชีวิตในประเทศฟิลิปปินส์จะใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด ด้วยความที่มีนักเรียนไทยอยู่หลายคน จึงทำให้แม้จะไม่เก่งอังกฤษก็สามารถเรียนได้ แต่หากเราใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับที่ดี จะทำให้เราเรียนได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงใช้ชีวิตได้อย่างไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นอีกด้วย หากใครมีเป้าหมายจะไปเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์แนะนำให้เริ่มฝึกภาษาอังกฤษตั้งแต่เนิ่นๆนะครับ

3. ฝึกดูแลตัวเอง

การใช้ชีวิตอยู่ไกลครอบครัว ทำให้นักเรียนแพทย์ในฟิลิปปินส์ต้องพึ่งพาตัวเองทุกอย่าง ซึ่งทำให้การเรียนแพทย์ที่เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว เพิ่มความโหดเข้าไปอีก นักเรียนที่ยังไม่เคยใช้ชีวิตห่างไกลจากครอบครัวอาจลำบากซักหน่อย และกระทบต่อผลการเรียนได้ แนะนำเป็นอย่างยิ่งให้ฝึกดูแลตัวเองในทุกๆด้าน เพื่อให้คุ้นเคยกับชีวิตแบบใหม่ที่จะต้องเผชิญครับ

คำถามเกี่ยวกับการสอบ NMAT

NMAT คืออะไร?

National Medical Admission Test (NMAT) อธิบายง่ายๆ คือการสอบเข้าเรียนแพทย์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นระบบการสอบเดียวกับที่ใช้ในสหรัฐอเมริกา สามารถเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการได้โดย  คลิกที่นี่ครับ

นักเรียนที่ต้องการเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ต้องสอบ NMAT และนำผลคะแนนไปยื่นกับมหาวิทยาลัยเพื่อใช้ในการสมัครเรียน คุณสามารถดูรายละเอียดการสอบ NMAT ทั้งหมดได้ที่นี่

ใครบ้างต้องสอบ NMAT?

ผู้ที่ต้องสอบ NMAT คือนักเรียนที่กำลังจะเข้าเป็นนักเรียนแพทย์ (Doctor of Medicine) นั่นคือ ต้องเรียนจบปริญญาตรี สาขาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์เรียบร้อยแล้ว สามารถสอบ NMAT และสมัครเรียนแพทย์ได้เลยครับ

NMAT สอบที่ไหน?

หลังสถานการณ์ Covid-19 NMAT เปลี่ยนมาจัดสอบแบบออนไลน์ และยังคงสอบออนไลน์จนถึงปัจจุบันครับ ทั้งนี้ อาจเปลี่ยนกลับเป็นสอบออนไซต์เมื่อไหร่ก็ได้ แนะนำให้ติดตามประกาศจากเว็บไซต์ทางการอยู่เสมอครับ

NMAT สอบเมื่อไหร่?

ปัจจุบัน NMAT เปิดสอบออนไลน์ปีละ 3 รอบ

→ เดือนตุลาคม

→ เดือนมกราคม/กุมภาพันธ์

→ เดือนเมษายน/พฤษภาคม

ทั้งนี้ ผู้สอบมีสิทธิ์สอบได้ 2 ครั้งต่อปี

การสอบออนไลน์มีให้เลือก 2 รอบ เช้า/บ่าย รอบละ 4 ชั่วโมง

→ รอบเช้า 7:00 – 11:00 น.

→ รอบบ่าย 13:00 – 16:00 น.

(เวลาประเทศฟิลิปปินส์)

ติดตามการเปิดสอบ NMAT ได้ที่เว็บไซต์ทางการโดยตรง คลิกที่นี่ครับ

NMAT ใช้เวลาสอบนานแค่ไหน?

NMAT สอบ 1 วันเต็ม แบ่งเป็นช่วงเช้า พักกลางวัน และช่วงบ่าย

NMAT มีค่าใช้จ่ายอย่างไร?

ค่าสมัครสอบ NMAT ประมาณ 1,000+ บาท / รอบ

NMAT สอบอะไรบ้าง?

ข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษ แบบ Multiple Choice มีทั้งหมด 240 ข้อ แบ่งเป็น 2 ส่วน

→ ส่วนที่ 1 : 120 ข้อ ให้เวลา 2:15 ชั่วโมง (การอ่าน การให้เหตุผล คณิตศาสตร์ และความถนัด)

→ ส่วนที่ 2 : 120 ข้อ ให้เวลา 1:30 ชั่วโมง (สังคม เคมี ชีวะ และฟิสิกส์)

ต้อง NMAT ให้ได้กี่คะแนน จึงจะสมัครเรียนแพทย์ได้?

ปัจจุบันแพทยสภาของฟิลิปปินส์ปรับเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับการสมัครเรียนแพทย์ให้อยู่ที่ Percentile 40 ขึ้นไป นั่นหมายถึงนักเรียนต้องสอบให้ได้คะแนนดีกว่าผู้สอบคนอื่นๆในกลุ่ม 40% ท้าย จึงจะสมัครเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ได้ครับ

คำถามเกี่ยวกับ Chance Education

Chance Education คือใคร?

เราคือที่ปรึกษา และให้บริการครบวงจร สำหรับผู้ที่สนใจเรียนแพทย์ในประเทศฟิลิปปินส์

ปัจจุบัน บริการของ Chance Education ขยายเพิ่มมากขึ้น มีบริการแนะแนวการเรียนแพทย์ต่างประเทศ และการสอบ NMAT ด้วยครับ

Chance Education มีบริการอะไรบ้าง?

เราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อมองหาโอกาสทางการศึกษาอันเปิดกว้างให้กับนักเรียนไทย บริการของเราจึงเพิ่มอยู่ตลอดเวลา

คุณจะพบกับบริการทั้งหมดของเราได้ที่นี่ครับ

มีนักเรียนร่วมเดินทางไปกับ Chance Education กี่คน?

ในแต่ละปีจะมีนักเรียน และผู้ปกครองเดินทางไปกับเราในจำนวนไม่เท่ากัน ซึ่งเรามักจะรับสมัครนักเรียนจำนวนจำกัด เพื่อให้เราดูแลได้อย่างทั่วถึง และเดินเรื่องเอกสารต่างๆได้ครบถ้วนทันเวลา

ทั้งนี้ เราจะรู้อย่างแน่ชัดว่ามีนักเรียนร่วมเดินทางไปกี่คน ก็ต่อเมื่อปิดรับสมัครแล้วเท่านั้นครับ

Chance Education พาไปเรียนแพทย์ที่ไหนบ้าง?

โดยปกติ เราจะมีการอัพเดตเปลี่ยนแปลงมหาวิทยาลัยที่จะพานักเรียนไปอยู่เสมอ แต่ละปีอาจไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น

1. การรับรองโรงเรียนแพทย์ของแพทยสภา

2. รายละเอียดผลประโยชน์ของนักเรียน ทั้งเรื่องค่าเทอม ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน คุณภาพของมหาวิทยาลัย ฯลฯ

ทั้งนี้ในแต่ละปี เราจะแนะนำมหาวิทยาลัยที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนักเรียนแพทย์ในปีนั้นๆครับ

ล่าสุด เราได้เพิ่ม Manila Central University (MCU) ในเมือง Manila เข้ามาเป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่เราพานักเรียนไปเรียนด้วยครับ

Chance Education มีประสบการณ์พานักเรียนแพทย์ไปเข้าเรียนทั้งที่เมือง Manila เมือง Cebu และเมืองอื่นๆ นักเรียนและผู้ปกครองมั่นใจได้อย่างเต็มที่ว่า มหาวิทยาลัยที่เราแนะนำนั้น ดีที่สุดสำหรับนักเรียนจริงๆ

Chance Education มีบริการพาไปเรียนคณะอื่นนอกจากแพทย์หรือไม่?

บริการของเราครอบคลุมการเรียนต่อทุกคณะครับ แต่หากเป็นคณะที่ต้องมีการสอบใบประกอบวิชาชีพ เราจะไม่แนะนำให้นักเรียนไปเรียน ถ้าคณะนั้นไม่ได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพของประเทศไทย เพราะเมื่อเรียนจบนักเรียนจะกลับมาประกอบอาชีพนั้นๆในประเทศไทยไม่ได้ครับ

ทั้งนี้ คณะวิทยาศาสตร์สายสุขภาพอื่นๆที่ฟิลิปปินส์ นอกเหนือจากคณะแพทย์ เช่น ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ ฯลฯ ปัจจุบันยังไม่ได้มีการให้การรับรองจากสภาวิชาชีพ

Chance Education ไม่แนะนำให้ไปเรียนครับ

ค่าบริการสมัครเรียนแพทย์ฟิลิปปินส์กับ Chance Education เท่าไหร่?

ปัจจุบันเก็บค่าสมัคร 5,000 บาท และค่าบริการ 80,000 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับ

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
  • ค่ารับรองเอกสารของสถานทูตไทย และฟิลิปปินส์ (2 สถานทูต)
  • ค่าที่พัก 3 วัน 2 คืน และค่าอาหาร 8 มื้อ โดยนักเรียนจะย้ายเข้าหอพักในคืนที่ 3

ดูรายละเอียดของบริการเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

หากสมัครเรียนแพทย์ฟิลิปปินส์กับ Chance Education ต้องเตรียมเงินรวมทั้งหมดเท่าไหร่?

สำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น ผมคงไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจนในบางรายการ ดังนั้น ผมจะชี้ให้เห็นว่าจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และประมาณการให้ดูนะครับ

  • ค่าสมัครและค่าบริการจาก Chance Education 85,000 บาท
  • ค่ายื่นรับรองหลักสูตรกับแพทยสภา 15,100 บาท (สำหรับนักเรียนที่สามารถสมัครเรียนแพทย์ Proper-Med ได้เลย)

สองรายการนี้ คือ ค่าใช้จ่ายที่ชำระ ณ ประเทศไทย รายการที่เหลือจะเป็นค่าใช้จ่ายที่นักเรียนต้องเตรียมไปชำระที่ประเทศฟิลิปปินส์เองครับ มีดังนี้

  • ค่าชุดนักศึกษา ขึ้นอยู่กับคุณภาพที่ต้องการ และจำนวน (แต่โดยปกตินักเรียนจะไปจัดการตัดเองจากที่ไทย ชุดละประมาณ 1,000 – 1,200 บาท)
  • ค่าเทอม เทอมละประมาณ 70,000 – 120,000 บาท สามารถผ่อนชำระได้ทุกมหาวิทยาลัย เริ่มต้นที่ 13,500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมนักเรียนต่างชาติประมาณ 96,000 – 220,000 บาท ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย จ่ายครั้งเดียวต่อหลักสูตร
  • ค่ามัดจำหอพัก ขึ้นอยู่กับคุณภาพที่ต้องการ หอพักมีตั้งแต่เดือนละ 3,000 ไปจนถึง 20,000 บาท เฉลี่ยไว้ที่เดือนละ 7,000 บาท มัดจำ 2 เดือน จ่ายล่วงหน้า 1 เดือน รวมแล้ว 21,000 บาทสำหรับการเข้าหอพัก
  • ค่าข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับหอพัก ขึ้นอยู่กับความต้องการของนักเรียน เฉลี่ยไว้ที่ 10,000 – 20,000 บาทในครั้งแรก
  • ค่าวีซ่านักเรียนปีละประมาณ 9,000 บาท

โดยรวมแล้ว งบประมาณที่ต้องเตรียมสำหรับการสมัครไปเรียนเทอมแรกควรอยู่ราวๆ 300,000 – 450,000 บาท ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย (รวมค่าบริการของ Chance Education แล้ว ในเทอมต่อไปจะเหลือเพียงเทอมละประมาณ 70,000 – 120,000 บาท เพราะไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมนักเรียนต่างชาติอีก)

สรุปเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเรียน

  • นักเรียน Pre-Med รวมทั้งหลักสูตร Pre-Med และ Med ค่าเล่าเรียนจะอยู่ราวๆ 1,100,000 บาท เรียน 6 ปี
  • นักเรียน Med ค่าเล่าเรียนจะอยู่ราวๆ 850,000 บาท เรียน 4 ปี

Chance Education Co.,Ltd.

ถนนสีหบุรานุกิจ มีนบุรี

กรุงเทพมหานคร 10510

Contact

Tel. 089-7894757

Connect

      

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายบน Social Media

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ ที่มีอยู่บน Social Media เพื่อให้ผมสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความเหมาะสม และความสนใจของคุณได้ครับ หากคุณไม่ยินยอมให้ใช้คุกกี้นี้ ผมจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหา และโฆษณาได้ตรงตามความสนใจไปให้กับคุณบน Social Media ช่องทางต่างๆได้

Save